สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด
     Please wait..........
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด
เกี่ยวกับหน่วยงาน
หน้าแรก
ประวัติสหกรณ์
วิสัยทัศน์
ที่ตั้ง
คณะกรรมการ
บุคคลากร
ธุรกิจ
สินค้าและบริการ
ข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์

บริการของเรา
สินค้าและบริการ
ธุรกิจของสหกรณ์
webboard
ขั้นตอนการสมัครสมาชิก
โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน



  

ข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร



ข้อบังคับ
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร  จำกัด

The   Sakolnakhon  Teacher   Savings  and  credit  Cooperative,  Limited

--------------------------

       หมวด  1

ชื่อ  ประเภทและที่ตั้งสำนักงาน

                ข้อ   1   ชื่อ  ประเภท  และที่ตั้งสำนักงาน

                                ชื่อ   สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร  จำกัด

                 The   Sakolnakhon Teacher  Savings  and  credit  Cooperative, Limited                                                                
  ประเภท     สหกรณ์ออมทรัพย์

                                ที่ตั้งสำนักงาน          เลขที่  1818/6   ถนนรัฐพัฒนา  ตำบลธาตุเชิงชุม  อำเภอเมือง   จังหวัดสกลนคร

                                ท้องที่ดำเนินงาน      จังหวัดสกลนคร

                สหกรณ์อาจย้ายที่ตั้งสำนักงานได้ตามที่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร  โดยแจ้งให้    นายทะเบียน สหกรณ์    กรมส่งเสริมสหกรณ์     และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบ    และให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับในการประชุมใหญ่คราวต่อไปด้วย

                 ข้อ   2   ตราของสหกรณ์  ตราของสหกรณ์มีรูปลักษณะ  ดังนี้

                        ลักษณะเป็นรูปวงกลมขนาดเส้นผ่านสูนย์กลาง

        4  เซนติเมตร   ระหว่างเส้นขอบวงนอก      และวงในมีชื่อ

        “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด”     กลางดวงตรามี

        รูปพระธาตุเชิงชุม อันเป็นปูชนียสถานสัญญาลักษณ์ของ

        จังหวัดสกลนคร  มีรูปดังด้านข้างนี้

    หมวด  2

วัตถุประสงค์

                ข้อ   3   วัตถุประสงค์    สหกรณ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิก  โดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ด้วยการร่วมกันดำเนินธุรกิจ  ในข้อต่อไปนี้

                                (1)   ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์ โดยช่วยให้สามารถสงวนส่วนแห่งรายได้ของตนไว้ในทาง อันมั่นคงและได้รับประโยชน์ตามสมควร

(2)      ส่งเสริมการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก

(3)      รับฝากเงินจากสมาชิก  หรือสหกรณ์อื่น

(4)      จัดหาทุนเพื่อกิจการของสหกรณ์

(5)      ให้เงินกู้แก่สมาชิก

(6)      ดำเนินการให้กู้ยืมเพื่อการเคหะ

(7)      ให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน

(8)      ออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารการเงิน

(9)      ซื้อหุ้นของชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น

(10)    ซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ

(11)    ซื้อหุ้นของธนาคารซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์

(12)    ให้กู้  ให้สินเชื่อ  ให้ยืม  ให้เช่า  ให้เช่าซื้อ  โอน   รับจำนองหรือรับจำนำ   ซึ่งทรัพย์สินแก่สมาชิก

หรือขอสมาชิก

(13)    จัดให้ได้มา   ซื้อ   ถือกรรมสิทธิ์หรือทรัพยสิทธิ   ครอบครอง   กู้   ยืม   เช่า  เช่าซื้อ   รับโอนสิทธิ

การเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ  จำนองหรือจำนำ  ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งทรัพย์สิน

(14)    ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวก    หรือส่งเสริมความเจริญแก่กิจการ

ของสหกรณ์

(15)    ฝากหรือลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

(16)    ฝากหรือลงทุนตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด

(17)   ให้สวัสดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว

(18)    ร่วมมือกับทางราชการ     สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย     ชุมนุมสหกรณ์    และสหกรณ์อื่น

เพื่อส่งเสริมและปรับปรุงกิจการของสหกรณ์

(19)    ดำเนินธุรกิจหรือกิจการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุ

ประสงค์ของสหกรณ์

    หมวด  3

ทุน

                ข้อ   4   ที่มาของเงินทุน   สหกรณ์อาจหาทุนเพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ได้ดังต่อไปนี้

(1)      ออกหุ้น

(2)      รับฝากเงินจากสมาชิก  หรือสหกรณ์อื่น

(3)      กู้ยืมเงิน  ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน  และหรือตราสารการเงินอย่างอื่น

(4)      สะสมทุนสำรองและหรือทุนอื่น ๆ

(5)      รับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้

                ข้อ   5   การออกหุ้น   สหกรณ์ออกหุ้นได้โดยไม่จำกัดจำนวน  มีมูลค่าหุ้นละสิบบาท

                ข้อ   6   การถือหุ้น   สมาชิกทุกคนต้องถือหุ้นและชำระค่าหุ้นเป็นรายเดือนตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าเป็นสมาชิกตามอัตราส่วนของจำนวนเงินได้รายเดือน  ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

                เงินได้รายเดือนตามวรรคหนึ่ง  หมายถึงเงินเดือนและหรือเงินเพิ่มอื่น ๆ  หรือเงินที่จ่ายควบกับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ    ซึ่งสมาชิกได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัด    และหมายถึงบำนาญตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ    ซึ่งสมาชิกได้รับจากทางราชการด้วย

                ถ้าสมาชิกประสงค์จะถือหุ้นรายเดือนในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์      หรือจะขอซื้อหุ้น

เพิ่มขึ้นอีกเมื่อใดก็ย่อมทำได้  โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการ

                สมาชิกจะโอนหุ้นซึ่งตนถือให้ผู้อื่นไม่ได้     นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ  42      และจะถอนคืนหุ้นในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ก็ไม่ได้

                อนึ่ง  สมาชิกคนหนึ่ง ๆ  จะถือหุ้นในสหกรณ์เกินกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมดของสหกรณ์ไม่ได้

                ข้อ   7   การชำระค่าหุ้นรายเดือน    การชำระเงินค่าหุ้นรายเดือนนั้น   ให้ชำระโดยวิธีหักจากเงินได้รายเดือนของสมาชิกในวันจ่ายเงินได้รายเดือนประจำเดือนนั้น ๆ  ทุกเดือน

                ในการชำระค่าหุ้น   สมาชิกจะนำค่าหุ้นหักกลบลบหนี้กับสหกรณ์ไม่ได้และสมาชิกมีความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวน เงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ

                ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง      ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้น ของสมาชิกผู้นั้น

                เมื่อสมาชิกมีคำขอเป็นหนังสือ  และคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าสมาชิกนั้นตกอยู่ในพฤติการณ์อันทำให้ไม่สามารถชำระเงินค่าหุ้นรายเดือนได้     โดยมิใช่เกิดขึ้นด้วยเจตนาอันไม่สุจริตของตน        คณะกรรมการดำเนินการจะอนุญาตให้สมาชิกนั้นมิต้องชำระเงินค่าหุ้นรายเดือนชั่วระยะเวลาตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรก็ได้

                ข้อ   8   การลดชำระเงินค่าหุ้นรายเดือน         สมาชิกที่ได้ชำระเงินค่าหุ้นไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบเดือนหรือเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาท      จะลดจำนวนการถือหุ้นรายเดือนลงก็ได้      โดยแจ้งความจำนงเป็หนังสือ ต่อคณะกรรมการดำเนินการ

                 ข้อ   9   การแจ้งยอดจำนวนหุ้น  สหกรณ์จะแจ้งยอดจำนวนหุ้นที่สมาชิกถือให้สมาชิกแต่ละคนทราบทุกสิ้นปีทางบัญชี

 

หมวด  4

การดำเนินงาน

                ข้อ   10   การลงลายมือชื่อแทนสหกรณ์   เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามข้อบังคับนี้  การลงลายมือชื่อเพื่อให้มีผลผูกพันสหกรณ์  ให้ปฏิบัติดังนี้

                                (1)   หนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม   ตลอดจนการเบิก   หรือรับเงินกู้ การจำนองซึ่ง สหกรณ์ เป็นผู้จำนอง    การถอนเงินฝากของสหกรณ์    และในนิติกรรมอื่น ๆ    จะต้องลง ลายมือชื่อของประธานกรรมการ    หรือรองประธานกรรมการ  หรือเลขานุการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมาย  หรือผู้จัดการ  หรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมาย  รวมเป็นสองคน

                                (2)  การรับฝากเงิน   ใบรับเงิน   และเอกสารทั้งปวง   นอกจากที่กล่าวไว้ใน  (1)    ข้างบนนี้จะต้อง ลงลายมือชื่อของผู้จัดการ  และหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

                อนึ่ง  ในหนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม  เช็ค  ใบสั่งจ่ายเงิน   ใบรับเงิน   ตั๋วสัญญาใช้เงิน   และตราสาร การเงินของสหกรณ์นั้น  ต้องประทับตราของสหกรณ์เป็นสำคัญด้วย

                ข้อ   11   วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกัน   ที่ประชุมใหญ่อาจกำหนดวงเงินกู้ยืม  หรือการค้ำประกันสำหรับปีหนึ่ง ๆ  ไว้ตามที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินงาน  วงเงินซึ่งกำหนดดังว่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากนายทะเบียนสหกรณ์

                ถ้าที่ประชุมใหญ่ยังมิได้กำหนด  หรือนายทะเบียนสหกรณ์ยังมิได้ให้ความเห็นชอบวงเงินกู้ยืม   หรือการค้ำประกัน สำหรับปีใด  ก็ให้ใช้วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันสำหรับปีก่อนไปพลาง

                ข้อ   12   การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกัน   สหกรณ์อาจกู้ยืมเงิน  หรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน  หรือตราสาร การเงิน  หรือโดยวิธีอื่นใด    สำหรับใช้เป็นทุนดำเนินงานหรือการอื่นใดตามวัตถุประสงค์ได้     ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็น

สมควร   ทั้งนี้ จะต้องอยู่ภายในวงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันประจำปีตามข้อ  11

                ข้อ   13   การรับฝากเงิน     สหกรณ์อาจรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์      หรือประเภทประจำจากสมาชิกหรือ

สหกรณ์อื่นได้ตามระเบียบที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์

                ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับฝาก   ดอกเบี้ย   การถอนเงินฝาก   และอื่น ๆ    ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบของ

สหกรณ์

ให้สหกรณ์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง

                ข้อ   14   การให้เงินกู้   สหกรณ์อาจให้เงินกู้แก่

(1)      สมาชิกของสหกรณ์

(2)      สหกรณ์อื่น

                การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น    ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้ได้ตามข้อบังคับ    และระเบียบของสหกรณ์

 

                  ข้อกำหนดต่าง ๆ  เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้  หลักประกันสำหรับเงินกู้  ลำดับแห่งการ ให้เงินกู้  เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้  และอื่น ๆ  ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบของสหกรณ์

                การให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่นนั้น  คณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณาให้กู้ได้ต่อเมื่อสหกรณ์มีเงินทุน

เหลือจากการให้เงินกู้แก่สมาชิกแล้ว ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์

                สมาชิก  หรือสหกรณ์อื่นซึ่งประสงค์จะขอกู้เงินจากสหกรณ์  ต้องเสนอคำขอกู้เงินตามแบบและวิธีการที่กำหนด

ในระเบียบของสหกรณ์

                ข้อ   15   ความมุ่งหมายแห่งเงินกู้   เงินกู้ซึ่งให้แก่สมาชิกไม่ว่าประเภทใด ๆ  จะให้ได้แต่เฉพาะเพื่อการอันจำเป็นหรือเป็นประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

                ให้คณะกรรมการดำเนินการสอดส่อง  และกวดขันการใช้เงินกู้ของสมาชิกให้ตรงตามความมุ่งหมายที่ ให้เงินกู้นั้น

                ข้อ   16   ประเภทแห่งเงินกู้   สหกรณ์อาจให้เงินกู้แก่สมาชิกได้ตามประเภทดังต่อไปนี้

                                (1)   เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน ในกรณีที่สมาชิกมีเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุอันจำเป็น  รีบด่วน  และมีความ

ประสงค์ขอกู้เงิน  คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้เพื่อเหตุนั้นได้ตามระเบียบของสหกรณ์

                                (2)   เงินกู้สามัญ   ในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์ขอกู้เงินสำหรับใช้จ่ายเงินเพื่อการอันจำเป็น  หรือมีประโยชน์ต่าง ๆ     คณะกรรมการดำเนินการอาจพิจารณาให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกนั้นได้ตามระเบียบของสหกรณ์

                                (3)   เงินกู้พิเศษ  เมื่อสหกรณ์มีฐานะการเงินก้าวหน้าพอที่จะช่วยเหลือให้เงินกู้ เพื่อส่งเสริฐานะ ความมั่นคงหรือเพื่อการเคหะ     หรือก่อประโยชน์งอกเงยแก่สมาชิกได้      คณะกรรม การดำเนินการอาจให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิกได้ตามที่เห็นสมควร  โดยผู้ขอกู้ต้องระบุความมุ่งหมายแต่ละอย่างของเงินกู้ประเภทนี้  ตลอดจนเงื่อนไขและวิธีการ  และต้องมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

                ข้อ   17   ดอกเบี้ยเงินกู้   ให้สหกรณ์เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่ให้แก่สมาชิก    หรือสหกรณ์อื่น ในอัตราตามที่กำหนดในระเบียบของสหกรณ์

                ข้อ   18   การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้   ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุม ให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดในระเบียบของสหกรณ์      และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า หลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง    ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

                ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้      ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด ๆ     เป็นอันถึงกำหนดชำระคืนโดยสิ้นเชิงพร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที   โดยมิพักต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้    และให้คณะกรรมการดำเนินการ เรียกคืนโดยมิชักช้า

(1)      เมื่อสมาชิกผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

(2)      เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

                                (3)   เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง       และผู้กู้ มิได้

จัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

(4)  เมื่อสมาชิกผู้กู้ค้างชำระเงินงวดชำระหนี้    ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นเวลาถึงสองงวดติดต่อกัน

หรือผิดนัดการชำระเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง ๆ

   

                 ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้เพราะเหตุใด ๆ    ตามวรรคสอง   และไม่สามารถชำระหนี้นั้น

โดยสิ้นเชิงได้  เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ    คณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้ผู้ค้ำประกันชำระเป็นงวดรายเดือนจนครบ

จำนวนเงินตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้แต่งตั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวนงวดสำหรับเงินกู้ประเภทนั้น ๆ

                ข้อ   19   ความผูกพันของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน    ผู้กู้   หรือผู้ค้ำประกันต้องรับผูกพันว่า    ถ้าตนประสงค์จะขอโอน

หรือย้าย    หรือลาออกจากราชการ    หรืองานประจำตามข้อ  33 (3)      จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบและจัดการ

ชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

                ข้อ   20   การเงิน  และการฝากหรือลงทุนของสหกรณ์

การเงินของสหกรณ์  การรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์  ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดการ        

ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์

                                การฝากหรือการลงทุนของสหกรณ์  เงินของสหกรณ์นั้น  สหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ตามที่กำหนดไวั

ในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์  และตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนดภายใต้กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

โดยให้คำนึงถึงความมั่นคงและประโยชน์สูงสุดที่สหกรณ์หรือสมาชิกจะได้รับ                 

                ข้อ   21   การบัญชีและงบดุลของสหกรณ์   ให้สหกรณ์จัดทำบัญชีตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  และเก็บรักษาบัญชี    พร้อมด้วยเอกสารการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานสหกรณ์เป็นระยะเวลาตามที่

นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

                การบันทึกรายการในบัญชีเกี่ยวกับกระแสเงินสด  ให้บันทึกรายการในวันเกิดเหตุนั้น  สำหรับเหตุอื่นที่ ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินสดให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวัน   นับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องบันทึกรายการนั้น

                เมื่อสิ้นปีทางบัญชีทุกปีให้สหกรณ์จัดทำงบดุลซึ่งต้องมีรายการแสดงสินทรัพย์   หนี้สิน    และทุนของสหกรณ์

รวมทั้งงบกำไรขาดทุนและงบอื่น ๆ ตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

ข้อ   22   ปีทางบัญชีของสหกรณ์   ปีทางบัญชีของสหกรณ์มีระยะเวลาสิบสองเดือน  โดยให้สิ้นสุด

  วันที่  31  ธันวาคม  ของทุกปี

                ข้อ   23   การเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่   ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนองบดุล  ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบ

และรับรองแล้วต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ    เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน  นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี

                ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่สามัญในคราวที่เสนองบดุลด้วย

                ให้สหกรณ์ส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุลไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่

                อนึ่ง  ให้สหกรณ์เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุลไว้ที่สำนักงาน ของ

สหกรณ์เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

  

                  ข้อ   24   การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี     เมื่อสิ้นปีทางบัญชีและได้ปิดบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดย

ทั่วไปแล้ว   ปรากฏว่าสหกรณ์มีกำไรสุทธิ      ให้ที่ประชุมใหญ่จัดสรรเป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของกำไรสุทธิ  และเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ    แต่ต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด

                กำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรตามความในวรรคหนึ่ง    ที่ประชุมใหญ่อาจจะจัดสรรได้ดังต่อไปนี้

                                (1)   เป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วให้แก่สมาชิกแต่ละคน     ตามจำนวนเงินค่าหุ้นที่มีอยู่ในวันสิ้นปีนั้น   ในอัตราไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง  โดยคิดให้ตามส่วนแห่งระยะเวลา  อนึ่งถ้าสหกรณ์ ถอนทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลตาม (4)  ออกจ่ายเป็นเงินปันผลสำหรับปีใดด้วย   จำนวนเงินปันผลทั้งสิ้นที่จ่ายสำหรับปีนั้นต้องไม่เกินอัตราดังกล่าวด้วย    ในการคำนวณเงินปันผลตามหุ้น   ให้ถือว่าหุ้นที่สมาชิกได้ชำระต่อสหกรณ์ภายในวันที่เจ็ดของเดือน   มีระยะเวลาสำหรับคำนวณเงินปันผลตั้งแต่เดือนนั้น    ส่วนหุ้นที่สมาชิกชำระต่อสหกรณ์หลังวันที่เจ็ดของเดือน  สหกรณ์จะคิดเงินปันผลให้ตั้งแต่เดือนถัดไป แต่จำนวนเงินค่าหุ้นที่ถอนก่อนวันสิ้นปีทางบัญชีทุกกรณีในปีใด  ไม่ให้ได้รับเงินปันผลสำหรับจำนวนเงินค่าหุ้นที่ถอนในปีนั้น

                                (2)   เป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนจำนวนรวมแห่งดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งสมาชิกได้ชำระแก่ สหกรณ์ในระหว่างปี    แต่สมาชิกที่ผิดนัดการชำระเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยในปีใดมิให้ได้รับ เงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น

                                (3)   เป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์  ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ

                                (4)   เป็นทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผล  ไม่เกินร้อยละสองแห่งทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ตามที่มีอยู่ในวันสิ้นปีนั้น  ทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลนี้จะถอนได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่เพื่อจ่ายเป็นเงินปันผล ตามหุ้น  ตาม (1)

                                (5)   เป็นทุนสาธารณประโยชน์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิตามระเบียบของสหกรณ์

(6)      เป็นทุนเพื่อจัดตั้งสำนักงานหรือทุนอื่น ๆ  เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สหกรณ์

(7)      กำไรสุทธิส่วนที่เหลือ (ถ้ามี)  ให้จัดสรรตามมติที่ประชุมใหญ่

                ข้อ   25   ที่มาแห่งทุนสำรอง   ทุนสำรองนั้นนอกจากจัดสรรจากกำไรสุทธิตามข้อ  24  แล้ว  บรรดาเงิน อุดหนุน  หรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้แก่สหกรณ์  ถ้าผู้ยกให้มิได้ระบุว่าให้ใช้เพื่อการใดโดยเฉพาะ ก็ให้จัดสรรเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

                อนึ่ง  จำนวนเงินซึ่งสหกรณ์พึงจ่ายแก่บุคคลใดก็ตาม     ถ้าไม่มีผู้ใดใช้สิทธิเรียกร้องจนพ้นกำหนดอายุความ

ก็ให้จัดสรรเงินจำนวนนั้นเป็นทุนสำรอง

                กำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเสนอแนะให้ที่ประชุมใหญ่จัดสรรตามข้อ  24

หากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่ารายการใดไม่สมควรจัดสรรหรือตัดจำนวนให้น้อยลงก็ดียอดเงินจำนวนดังกล่าวให้จัดสรรเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

                ข้อ   26   สภาพแห่งทุนสำรอง   ทุนสำรองย่อมเป็นของสหกรณ์โดยส่วนรวม  สมาชิกจะแบ่งปันกันไม่ได้  หรือจะเรียกร้องแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ได้

                ทุนสำรองจะถอนได้ก็แต่เพื่อชดเชยการขาดทุนอันหากบังเกิดขึ้น         หรือเพื่อจัดสรรเข้าบัญชีทุนสำรองให้แก่

สหกรณ์ใหม่ที่ได้จดทะเบียนแยกจากสหกรณ์เดิม

                ข้อ   27   ทะเบียน  และบัญชี   ให้สหกรณ์มีทะเบียนสมาชิก  ทะเบียนหุ้น  และทะเบียนอื่น ๆ     ตลอดจน สมุดรายงานการประชุม   และบัญชีตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด   และตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรให้มีขึ้น

 

            เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกหรือทะเบียนหุ้น    ให้สหกรณ์แจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อ นายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์

                สมาชิกอาจขอตรวจดูเอกสารดังกล่าวในวรรคก่อนได้    ณ สำนักงานของสหกรณ์ในระหว่างเวลาทำงาน    แต่จะดูบัญชีหรือทะเบียนเกี่ยวกับเงินค่าหุ้น   เงินฝาก    หรือเงินกู้ของสมาชิกรายอื่นไม่ได้    นอกจากจะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือของสมาชิกนั้น  และได้รับอนุญาตจากผู้จัดการก่อน

                ข้อ   28   กฎหมายและข้อบังคับ  เอกสารอื่น ๆ   ให้สหกรณ์เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์และงบดุล      พร้อมทั้งข้อบังคับและกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ไว้ที่สำนักงานของสหกรณ์เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้  โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

                ข้อ   29   การสอบบัญชี  บัญชีของสหกรณ์นั้น  ต้องได้รับการตรวจสอบบัญชีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งโดยผู้สอบบัญชีซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้ง

                ข้อ   30   การกำกับดูแลสหกรณ์  นายทะเบียนสหกรณ์    รองนายทะเบียนสหกรณ์ ผู้ตรวจการสหกรณ์  หรือ

ผู้สอบบัญชี    หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย    มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการ

ดำเนินการ  ผู้ตรวจสอบกิจการ  ผู้จัดการ    เจ้าหน้าที่หรือเชิญสมาชิกของสหกรณ์มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของ สหกรณ์ หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของสหกรณ์ได้

                ให้ผู้ปฏิบัติการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของสหกรณ์ในระหว่างเวลาทำงาน ของ

หกรณ์ได้  ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก  หรือช่วยเหลือ  หรือให้คำชี้แจงแก่ผู้ปฏิบัติการตามสมควร

ข้อ   31   การส่งรายการหรือรายงาน   ให้สหกรณ์ส่งรายการหรือรายงานเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล  ตามแบบและระยะเวลาที่หน่วยงานนั้นกำหนด

     หมวด  5

สมาชิก

                ข้อ   32   สมาชิก   สมาชิกสหกรณ์คือ

                                (1)   ผู้ลงชื่อขอจดทะเบียนสหกรณ์  และผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้จะเป็นสมาชิกของสหกรณ์  และ

ได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนแล้ว

                                (2)  ผู้ได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกตามข้อบังคับและได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนแล้ว                     

                ข้อ   33   คุณสมบัติของสมาชิก   สมาชิกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้

(1)      เป็นผู้เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์นี้

(2)   เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ

(3)   เป็นผู้มีรายได้เป็นเงินเดือน  หรือบำนาญ  หรือค่าจ้างประจำ  สังกัด

                                                .  กระทรวงศึกษาธิการประจำจังหวัดสกลนคร  หรือ

                                                .  ฝ่ายหรือกองการศึกษาเทศบาลในจังหวัดสกลนคร  หรือ

. เป็นเจ้าหน้าที่และลูกจ้างประจำของสหกรณ์นี้

                                (4)  เป็นผู้มีความประพฤติและมีนิสัยดีงาม

(5)  มิได้เป็นสมาชิกในสหกรณ์อื่นในประเภทเดียวกัน

                ข้อ  34   การเข้าเป็นสมาชิก    ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ต้องยื่นใบสมัครถึงสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้  โดยต้องมี

ผู้บังคับบัญชาของผู้สมัครรับรอง  แต่ถ้าผู้สมัครเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาให้รับรองตนเองได้

                เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณา    ปรากฏว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กำหนด   ไว้ในข้อ  33   ทั้งเห็นเป็นการสมควรแล้ว     ก็ให้รับเข้าเป็นสมาชิกได้แล้วเสนอเรื่องการรับสมาชิกเข้าใหม่ให้ที่ประชุมใหญ่คราวถัดไปทราบ

                ข้อ   35   ค่าธรรมเนียมแรกเข้า   ผู้เข้าเป็นสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าให้แก่สหกรณ์คนละหนึ่งร้อยบาท  ค่าธรรมเนียมแรกเข้านี้ให้ถือเป็นรายได้ของสหกรณ์และจะเรียกคืนไม่ได้

                ข้อ   36   การได้สิทธิและหน้าที่ในฐานะสมาชิก      ผู้เข้าเป็นสมาชิกต้องลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก    กับชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและชำระค่าหุ้นตามข้อบังคับของสหกรณ์ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด  เมื่อได้ปฏิบัติดังนี้แล้วจึงจะถือว่าได้สิทธิและหน้าที่ในฐานะสมาชิก  ดังต่อไปนี้

                สิทธิของสมาชิก

                                (1)    ออมทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ  และระเบียบ  เช่น  การถือหุ้น  การฝากเงิน

                                        ทั้งประเภทออมทรัพย์และประจำ

                                (2)    กู้ยืมเงินจากสหกรณ์ตามระเบียบที่กำหนด

                                (3)   ออกเสียงในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

                                (4)  ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่ข้อบังคับและระเบียบกำหนดไว้

                                (5)   เสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหกรณ์

                หน้าที่ของสมาชิก

                                (1)   เข้าร่วมประชุมใหญ่ในกรณีประชุมโดยสมาชิก

                                (2)   เลือกตั้งกรรมการ  หรือผู้ตรวจสอบกิจการ  หรือผู้แทนสมาชิกตามระเบียบที่กำหนด

                                (3)   ชำระค่าหุ้นรายเดือน  และหรือเงินกู้ยืมแก่สหกรณ์ตามระเบียบทุกประการ

สมาชิกต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  และมติของสหกรณ์ทุกประการ

ข้อ   37   การโอนสมาชิกระหว่างสหกรณ์    สมาชิกที่ย้ายไปรับราชการนอกเขตท้องที่ดำเนินงานของสหกรณ์นี้

และประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ในท้องที่นั้น  หากสหกรณ์นั้นมีข้อบังคับ ให้รับเข้าเป็นสมาชิกได้และคณะกรรมการดำเนินการ   ได้มีมติให้รับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว    ถ้าสมาชิกนั้นมีความประสงค์จะให้สหกรณ์โอนเงินค่าหุ้นและเงินกู้ที่มีอยู่ในสหกรณ์นี้ไปยังสหกรณ์ซึ่งตนได้ไปเข้าเป็นสมาชิกใหม่    สหกรณ์ก็จะจัดการโอนเงินค่าหุ้น   และขอรับชำระหนี้เงินกู้ที่สมาชิกนั้นมีอยู่ต่อสหกรณ์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

                สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นซึ่งย้ายมารับราชการในท้องที่ดำเนินงานของสหกรณ์นี้    หากประสงค์จะ สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ให้ยื่นใบสมัครถึงสหกรณ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 34     และจะได้สิทธิในฐานะสมาชิกตามข้อ 36      ตั้งแต่

วันที่ได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก กับได้ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่เดิมได้โอนเงินค่าหุ้นให้สหกรณ์นี้แล้

 

                การรับโอนเงินค่าหุ้นและการปฏิบัติเกี่ยวกับหนี้สินของสมาชิกที่มีอยู่ในสหกรณ์เดิมนั้น  ให้เป็นไปตาม ที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

                ข้อ   38   การเปลี่ยนแปลงสถานภาพหรือภูมิลำเนา  สมาชิกคนใดมีการเปลี่ยนแปลงชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ  สถานที่ทำงานและที่อยู่  ต้องแจ้งให้สหกรณ์ทราบภายสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

                ข้อ   39   การตั้งผู้รับโอนประโยชน์    สมาชิกอาจทำเป็นหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งตนมีอยู่ในสหกรณ์ในเมื่อตนถึงแก่กรรม  โดยมอบให้สหกรณ์ถือไว้ก็ได้  หนังสือตั้งผู้รับโอนประโยชน์ดังว่านี้ให้ทำตามลักษณะพินัยกรรมโดยอนุโลม

                ถ้าสมาชิกประสงค์จะเพิกถอน  หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้กำหนดและมอบไว้กับ สหกรณ์แล้วให้ทำเป็นหนังสือตามลักษณะดังกล่าวในวรรคหนึ่งมอบให้สหกรณ์ถือไว้แทนฉบับเดิม

                เมื่อสมาชิกตาย  สหกรณ์จะจ่ายค่าหุ้น  เงินรับฝาก  เงินปันผล  เงินเฉลี่ยคืนและดอกเบี้ยบรรดาที่สมาชิก นั้นมีอยู่ในสหกรณ์คืนให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ตั้งไว้  หรือถ้ามิได้ตั้งไว้   ก็คืนให้แก่บุคคลที่ได้นำหลักฐาน มาแสดงต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้น    ทั้งนี้ตามข้อกำหนดในข้อ  44  วรรคหนึ่ง  และข้อ  45

                ข้อ   40   การขาดจากสมาชิกภาพ   สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุใด ๆ  ดังต่อไปนี้

(1)       ตาย

(2)       ลาออก

(3)       เป็นคนไร้ความสามารถ  หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(4)       เป็นบุคคลล้มละลาย

(5)       ถูกออกจากราชการ  หรืองานประจำตามข้อ  33 (3)  โดยไม่มีรายได้เป็นเงินเดือน

(6)       ถูกให้ออกจากสหกรณ์

                ข้อ   41   การลาออกจากสหกรณ์   สมาชิกผู้ไม่มีหนี้สินอยู่ต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันอาจ ลาออกจาก

สหกรณ์ได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการ     และเมื่อคณะกรรมการ ดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับแล้วจึงอนุญาตให้ลาออกจากสหกรณ์ได้

                คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบหมายให้คณะกรรมการอำนวยการ   หรือประธานกรรมการ    หรือรองประธาน

กรรมการ หรือเลขานุการ หรือกรรมการ หรือผู้จัดการสอบสวนพิจารณา  หากเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับก็ให้ถือว่าลาออกจากสหกรณ์ตามความในวรรคหนึ่งได้      แล้วให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการทราบในการประชุมคราวถัดไป

                ข้อ   42   การให้ออกจากสหกรณ์  สมาชิกอาจถูกให้ออกจากสหกรณ์เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

(1)      ไม่ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก   หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า   หรือไม่ถือหุ้นครั้งแรกตามข้อ  6

                                (2)   ขาดส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนถึงสามงวดติดต่อกัน   หรือขาดส่งรวมถึงหกงวดทั้งนี้โดยมิได้ รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการ

                                (3)   นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

                                (4)   ไม่จัดการแก้ไขหลักประกัน   สำหรับเงินกู้ที่เกิดบกพร่องให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ

ดำเนินการกำหนด

                                 (5)   ค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงิน   หรือดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลาสองงวด  หรือผิดนัด การส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง ๆ

                                (6)  ไม่ให้ข้อความจริงเกี่ยวกับหนี้สินของตนแก่สหกรณ์เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือเมื่อจะก่อ ภาระผูกพันในหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้ หรือผู้ค้ำประกัน หรือเมื่อมีภาระผูกพันในหนี้สินต่อสหกรณ์อยู่แล้ว

                                (7)   จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  มติของสหกรณ์  หรือมีพฤติการณ์ใด   อันเป็น เหตุที่เชื่อได้ว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต  หรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ไม่ว่าโดยประการใด ๆ

                เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนและพิจารณาแล้ว      ปรากฏข้อเท็จจริงว่าสมาชิกมีพฤติการณ์อย่างใด

อย่างหนึ่งดังกล่าวข้างต้นจริง  และได้ลงมติให้สมาชิกออกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่ง จำนวนกรรมการดำเนินการที่อยู่ในที่ประชุมแล้ว  ก็เป็นอันถือว่าสมาชิกนั้นถูกให้ออกจากสหกรณ์

                ข้อ   43   การถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนสมาชิก       ในกรณีที่สมาชิกออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุ ใด ๆ   ให้คณะกรรมการดำเนินการถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนสมาชิก

                ข้อ   44   การจ่ายคืนจำนวนเงินของสมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพ     สหกรณ์จะจ่ายคืนจำนวนเงินให้ดังนี้

(1)      ในกรณีที่สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุตาม  ข้อ  40 (1)  (2) และ (3)   ให้สหกรณ์จ่ายเงิน

ค่าหุ้น    เงินปันผล   เงินเฉลี่ยคืนค้างจ่าย    และบรรดาเงินที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับสำหรับเงินค่าหุ้นนั้น

ผู้มีสิทธิได้รับจะเรียกให้สหกรณ์จ่ายคืนทันทีโดยไม่มีเงินปันผลและหรือเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีที่ออกนั้นก็ได้สุดแต่จะเลือกในกรณีหลังนี้สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้นให้หลังจากวันสิ้นปีทางบัญชีส่วนเงินปันผลและเฉลี่ยคืนจะจ่ายให้หลังจากวันที่ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณาจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีแล้ว

(2)      ถ้าในปีใด  จำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องจ่ายคืน   เนื่องจากสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพมีจำนวนเกิน

ร้อยละสิบแห่งทุนเรือนหุ้นที่มีอยู่ในวันสิ้นปีนั้น    คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจให้รอการจ่ายคืนเงินค่าหุ้นของสมาชิก

ที่ขาดจากสมาชิกภาพรายถัดไปในปีนั้นจนกว่าจะถึงปีทางบัญชีใหม่ได้

(3)      การจ่ายคืนเงินฝากและดอกเบี้ย  สหกรณ์จะจ่ายคืนให้ตามระเบียบของสหกรณ์

(4)      ในกรณีที่ขาดสมาชิกภาพตามข้อ 40 (4)    สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น   เงินรับฝาก   เงินปันผล  และ

เงินเฉลี่ยคืนกับดอกเบี้ยค้างจ่ายและบรรดาเงินที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์  คืนให้ตามกฎหมายล้มละลาย

                                (5)   ในกรณีที่ขาดสมาชิกภาพตามข้อ  40 (5)    และ (6)     สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น เงินปันผล   และ

เงินเฉลี่ยคืนกับดอกเบี้ยค้างจ่าย       และบรรดาเงินที่สหกรณ์นั้นมีอยู่ในสหกรณ์คืนให้ภายในเวลาอันสมควรตามที่

กำหนด (1)  (2)  และ (3)

                ข้อ   45   การหักจำนวนเงินซึ่งสมาชิกต้องรับผิดต่อสหกรณ์   ในการจ่ายคืนจำนวนเงินดังกล่าวในข้อ  44  นั้น    ให้สหกรณ์หักจำนวนเงินซึ่งสมาชิกต้องรับผิดต่อสหกรณ์ออกก่อน

                ข้อ   46   ความรับผิดของสมาชิก   สมาชิกต้องรับผิดเพื่อหนี้สินของสหกรณ์จำกัดเพียงไม่เกินจำนวน เงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าที่ตนถือ

 

  
       หมวด 
6

การประชุมใหญ่

                ข้อ   47   การประชุมใหญ่สามัญ   ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์นัดสมาชิกมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่ สามัญครั้งแรกภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่จดทะเบียนสหกรณ์เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ  และมอบ หมายการทั้งปวงให้แก่กรรมการดำเนินการ

            การประชุมใหญ่สามัญครั้งต่อไป   ให้คณะกรรมการดำเนินการเรียกประชุมปีละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์

                ข้อ   48   การประชุมใหญ่วิสามัญ    เมื่อมีเหตุอันสมควร     คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้      แต่ถ้านายทะเบียนสหกรณ์มีหนังสือแจ้งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ    หรือในกรณีที่สหกรณ์ขาดทุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว      คณะกรรมการดำเนินการต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญโดยมิชักช้าแต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่สหกรณ์ทราบ

                สมาชิกซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด   หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน   หรือ ผู้แทนสมาชิก    ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนผู้แทนสมาชิกทั้งหมด    หรือไม่น้อยกว่าห้าสิบคน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอเพื่อการใดการหนึ่งต่อคณะกรรมการดำเนินการให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้         และให้คณะกรรมการดำเนินการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้องขอ

                ถ้าคณะกรรมการดำเนินการไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ           ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้นให้

นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ  ภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร

                ข้อ  49   การประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิก   กรณีที่สหกรณ์มีสมาชิกเกินกว่าห้าร้อยคนอาจประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิกก็ได้

                ข้อ   50   วิธีเลือกตั้ง  จำนวน  และการดำรงตำแหน่งผู้แทนสมาชิก  ให้กำหนดดังนี้
                              
(1)     สมาชิกเท่านั้นมีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนสมาชิก
                              
(2)     วิธีเลือกตั้งผู้แทนสมาชิก
                                      (2).1.1     สมาชิกสังกัดสถานศึกษา  หรือโรงเรียน  หรือหน่วยงาน  อยู่ในท้องที่ตำบลใดให้ตำบลหนึ่ง ๆ  เป็นหน่วยเลือกตั้ง
ถ้าสถานศึกษา หรือโรงเรียน  หรือหน่วยงานใดมีสมาชิกจำนวน 60  คนขึ้นไป   ให้สถานศึกษา  หรือโรงเรียน  หรือหน่วยงานนั้น    เป็นหน่วยเลือกตั้ง     
                                     (2).1.2     สมาชิกที่เป็นข้าราชการบำนาญอยู่ในท้องที่อำเภอใด  ให้อำเภอเป็นหน่วย
เลือกตั้ง  ถ้าอำเภอใดมีจำนวนสมาชิกที่เป็นข้าราชการบำนาญไม่ถึง  20  คน  ให้ไปรวมกับหน่วยเลือกตั้งที่ใกล้เคียงที่สุด
                  
                 (2).1.3     สมาชิกสังกัดเทศบาล   ให้กองการศึกษาเทศบาลเป็นหน่วยเลือกตั้ง  
                                 
  (2).1.4      สมาชิกสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน  ให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
จังหวัดเป็นหน่วยเลือกตั้ง
      
                            (2).1.5     สมาชิกสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร    ให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครเป็นหน่วยเลือกตั้ง
                                   (2).1.6     สมาชิกสังกัดวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร  ให้วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร  เป็นหน่วยเลือกตั้ง
                                   (2).1.7      สมาชิกสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  เป็นหน่วยเลือกตั้ง
                                   (2).1.8      สมาชิกสังกัดสหกรณ์นี้  ให้สหกรณ์เป็นหน่วยเลือกตั้ง
                                  
(2).1.9    หน่วยสังกัดใดที่ไม่ได้ระบุใน  (2).1.1  ถึง  (2).1.8  ถ้ามีสมาชิกจำนวน  20  คน  ขึ้นไป  ให้เป็นหน่วยเลือกตั้ง  แต่ถ้าจำนวนสมาชิกไม่ถึง  20  คน  ให้ไปรวมกับหน่วยเลือกตั้งที่ใกล้เคียงที่สุด
                                    (2).2   ให้คณะกรรมการดำเนินการ  ประกาศหน่วยเลือกตั้ง  จำนวนผู้แทนสมาชิกในหน่วยเลือกตั้ง  และรายชื่อสมาชิกในหน่วยเลือกตั้ง    ให้สมาชิกในหน่วยเลือกตั้งนั้น     ทราบก่อน  วันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  15  วัน
                           
       (2).3   ให้คณะกรรมการดำเนินการ  แต่งตั้งสมาชิกในหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยหน่วยละ  3  คน    เป็นคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง การออกเสียงเลือกตั้ง  ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยตรงและลับ ให้คณะกรรมการดำเนินการ    กำหนดแบบใบสมัคร    บัตรลงคะแนนคณะกรรมการเลือกตั้ง  ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร  ประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งนับคะแนน   ประกาศผลการเลือกตั้ง  และรายงานผลการเลือกตั้งต่อคณะกรรมการดำเนินการ สมาชิกที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนสมาชิก   ต้องได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนมากที่สุด  โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยจนครบจำนวนผู้แทนสมาชิกที่มีได้ในหน่วยนั้น    ถ้าผู้ที่จะได้เป็นผู้แทนสมาชิกมีคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้คณะกรรมการเลือกตั้งใช้วิธีจับ ฉลากการรายงานผล  ให้ระบุ  ชื่อ  ตำแหน่ง  และสังกัด  ให้สหกรณ์ทราบก่อน   วันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า  30  วัน

                                    (2).4      ให้สมาชิกที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งยื่นใบสมัครตามแบบที่คณะกรรมการดำเนินการ กำหนด  โดยให้มีสมาชิกในหน่วยเลือกตั้งรับรองไม่น้อยกว่า  5  คน  ยื่นต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง  เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ  และประกาศให้สมาชิกในหน่วยเลือกตั้งทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  5  วัน

                                    (2).5        ถ้าหน่วยเลือกตั้งใดมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่ากับจำนวนผู้แทนสมาชิกใหน่วยนั้น  ก็ไม่ต้องมีนการเลือกตั้งและให้ถือว่าผู้สมัครนั้นได้เป็นผู้แทนสมาชิก  ถ้าได้ผู้แทนสมาชิกไม่ครบจำนวน  ให้คณะกรรมการเลือกตั้งในหน่วยนั้นเลือกสมาชิกในหน่วยเลือกตั้งที่เห็นว่าเหมาะสมจนครบจำนวนผู้แทนสมาชิก  แล้วประกาศให้ผู้นั้นเป็นผู้แทนสมาชิก

(3)    จำนวนผู้แทนสมาชิก    ให้ใช้อัตราส่วนสมาชิกยี่สิบคนต่อผู้แทนสมาชิกหนึ่งคน  ถ้าเศษของจำนวน สมาชิกดังกล่าวเกินกึ่งหนี่งให้เลือกผู้แทนสมาชิกเพึ่มขึ้นอีกหนึ่งคน   อนึ่งจำนวนผู้แทนสมาชิกต้อง ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน  กรรมการดำเนินการ  และผู้ตรวจสอบกิจการที่เป็นสมาชิก    ให้เป็นผู้แทนสมาชิก

         โดยตำแหน่ง

(4)  การดำรงตำแหน่งผู้แทนสมาชิก  ผู้แทนสมาชิกมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันเลือกตั้ง

       ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกใหม่  ก็ให้ผู้แทนสมาชิกคนเดิมอยู่ในตำแหน่งไปพลางก่อน

                                การดำรงตำแหน่งของผู้แทนสมาชิกตาม  (3)  วรรคสอง  ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่ง

       ได้เท่ากับระยะเวลาซึ่งตนอยู่ในตำแหน่งกรรมการดำเนินการ   หรือผู้ตรวจสอบกิจการ

                ข้อ   51   การพ้นจากตำแหน่ง   ผู้แทนสมาชิกพ้นจากตำแหน่ง  เมื่อ

(1)      ลาออก

(2)      ออกตามวาระ

(3)      ขาดจากสมาชิกภาพ

(4)      ย้ายหรือโอนไปต่างหน่วยเลือกตั้ง

                ข้อ   52   ตำแหน่งผู้แทนสมาชิกว่างก่อนถึงคราวออกตามวาระ   ถ้าผู้แทนสมาชิกพ้นจากตำแหน่งไม่ว่า ด้วยประการใด ๆ      จนทำให้จำนวนผู้แทนสมาชิกเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยคนหรือไม่ถึงสามในสี่ของจำนวนผู้แทนสมาชิกทั้งหมด  ให้สหกรณ์ดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกให้ครบตามจำนวนที่ว่าง  และให้ผู้แทนสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน

                ข้อ   53   การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่   เมื่อมีการประชุมใหญ่ทุกคราว  ให้สหกรณ์มีหนังสือแจ้งวัน  เวลา  สถานที่     และเรื่องที่จะประชุมใหญ่บรรดาสมาชิก    หรือผู้แทนสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน  แต่ถ้าการประชุมนั้นเป็นการด่วน   อาจแจ้งล่วงหน้าได้ตามสมควร  ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ    หรือเลขานุการเป็นผู้ลงชื่อในหนังสือนั้น   และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสิรมสหกรณ์และเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบล่วงหน้า ในโอกาสเดียวกันกับที่แจ้งให้สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกทราบด้วย

                ข้อ   54   องค์ประชุมในการประชุมใหญ่   การประชุมใหญ่ของสหกรณ์ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน     ในกรณีเป็นการประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิกต้องมีผู้แทนสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้แทนสมาชิกทั้งหมด    หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนจึงจะเป็นองค์ประชุม

                ในกรณีเป็นการประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิก      สมาชิกทั่วไปสามารถเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ได้  แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงและแสดงความเห็น

ในการประชุมใหญ่  สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาประชุมแทนตนไม่ได้
                 ข้อ   55   การนัดประชุมใหญ่ครั้งที่สอง   ในการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ ถ้าสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกแล้วแต่กรณี

มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้นัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่นัดประชุมใหญ่ครั้งแรกในการประชุมครั้งหลังนี้        ถ้ามิใช่การประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกร้องขอให้เรียกประชุมแล้วเมื่อมีสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิก  แล้วแต่กรณี       มาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกทั้งหมด  หรือไม่น้อยกว่าสามสิบคน    ก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม    แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกร้องขอให้

เรียกประชุม       เมื่อมีสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาประชุมมีจำนวนไม่ถึงที่จะเป็นองค์ประชุมตามที่กล่าวก็ให้งดประชุม

                ข้อ   56   อำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่    ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยกิจการทั้งปวงของสหกรณ์

 ซึ่งรวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)   รับทราบเรื่องรับสมาชิกเข้าใหม่และออกจากสหกรณ์  และการเลือกตั้งผู้แทนสมาชิก

                                (2)   พิจารณาเลือกตั้ง  หรือถอดถอนกรรมการดำเนินการทั้งคณะหรือบางคน  และผู้ตรวจสอบกิจการ

                                (3)   รับทราบรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์  ของคณะกรรมการดำเนินการ และ

รายงานของผู้ตรวจสอบกิจการของสหกรณ์

                                (4)   พิจารณาอนุมัติงบดุลของสหกรณ์

                                (5)   พิจารณาจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์

                                (6)   พิจารณากำหนดค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบกิจการ

                                (7)   พิจารณาคัดเลือกผู้สอบบัญชี  เพื่อเสนอให้นายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้ง

(7)       พิจารณากำหนดวงเงินซึ่งสหกรณ์อาจกู้ยืมหรือค้ำประกัน

                                (9)   พิจารณาอนุมัติแผนงานและงบประมาณประจำปีของสหกรณ์

                                (10) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ  และข้อบังคับของสหกรณ์

                                (11) รับทราบเรื่องการดำเนินงานของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย   และหรือชุมนุมสหกรณ์  หรือ

องค์การอื่นที่สหกรณ์นี้เป็นสมาชิก  และหรือถือหุ้นอยู่

                                (12) พิเคราะห์และปฏิบัติตามหนังสือของนายทะเบียนสหกรณ์    หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือ

ผู้ตรวจการสหกรณ์ หรือผู้สอบบัญชี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย

(13) พิจารณากำหนดกรอบนโยบาย  ข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำให้คณะกรรมการดำเนินการนำไป

พิจารณา ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

                                (14) พิจารณาถอดถอนผู้จัดการ   หรือพนักงาน    หรือลูกจ้างบางคนในสหกรณ์ด้วยคะแนนเสียงสอง

ในสามของผู้มาประชุม

หมวด  7

คณะกรรมการดำเนินการ

                                “ข้อ   57   การเลือกตั้งและการดำรงตำแหน่ง    ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการจำนวนสิบห้าคน 

ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิก  การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้เลือกโดยวิธีเลือกประธานกรรมการหนึ่งคน  และ

กรรมการอื่นอีกจำนวนสิบสี่คน     ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกกันเองเป็นรองประธานกรรมการหนึ่งคนหรือหลายคน 

เลขานุการหนึ่งคนและจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้    นอกนั้นเป็นกรรมการ

                                ให้รองประธานกรรมการ  เลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการ  อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับกำหนดเวลาของ

คณะกรรมการดำเนินการชุดซึ่งเลือกตั้งรองประธานกรรมการ  เลขานุการ  หรือผู้ช่วยเลขานุการนั้น

                                ให้จัดสรรจำนวนกรรมการ  และเขตเลือกตั้ง  ดังนี้

(1)     ตำแหน่งประธานกรรมการ  ให้พื้นที่จังหวัดสกลสนครเป็นเขตเลือกตั้ง

(2)     ตำแหน่งกรรมการ  ให้จัดสรรจำนวนกรรมการโดยถือหลักการกระจายให้ทั่วถึงตามเขต  ดังนี้

        เขตเลือกตั้งที่  1   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,  ข้าราชการบำนาญ

                                                 และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน, สำนักงานสถานศึกษา  หรือโรงเรียน  ทุกสังกัด ในเขต

พื้นที่อำเภอเมืองสกลนคร,  อำเภอโคกศรีสุพรรณ,  อำเภอเต่างอยอำเภอภูพาน,  อำเภอกุสุมาลย์

และอำเภอโพนนาแก้ว   ให้มีกรรมการ จำนวน  5  คน   โดยแยกเป็น  4  หน่วยเลือกตั้ง  ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่  1  หน่วยเลือกตั้งที่  1   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ  และลูกจ้างประจำที่สังกัดโรงเรียนทุกสังกัดในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสกลนคร  ให้มีกรรมการ 

2  คน

                        เขตเลือกตั้งที่  1  หน่วยเลือกตั้งที่  2   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

        ข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ   ที่สังกัดหน่วยงาน,    สำนักงาน,    สถาน ศึกษา

หรือโรงเรียน  ทุกสังกัดในเขตพื้นที่อำเภอกุสุมายล์    และอำเภอโพนนาแก้ว    ให้มี

 กรรมการ  1  คน

                        เขตเลือกตั้งที่  1  หน่วยเลือกตั้งที่  3   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

        ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน  สำนักงาน,  สถาน ศึกษา หรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด ในเขตพื้นที่อำเภอโคกศรีสุพรรณ,    อำเภอเต่างอย     และอำเภอภูพาน 

ให้มีกรรมการ  1  คน

                        เขตเลือกตั้งที่  1   หน่วยเลือกตั้งที่  4   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

        ข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สกลนคร 

เขต  1,   มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร,วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร,   วิทยาลัยสารพัดช่าง

สกลนคร,    ศูนย์กรศึกษานอกโรงเรียน,   เทศบาล,   ศูนย์วัฒนธรรม,  ข้าราชการบำนาญ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร,  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด,   ข้าราชการ

บำนาญที่สังกัดโรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสกลนคร   และหน่วยงาน  หรือสำนักงาน

หรือสถานศึกษา  หรือโรงเรียน  นอกจากที่กล่าวในเขตเลือกตั้งที่  1   หน่วยเลือกตั้งที่  1 

ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสกลนคร  ให้มีกรรมการ  1   คน

                                                                               เขตเลือกตั้งที่  2   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,   ข้าราชการบำนาญ   และ

ลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา  หรือโรงเรียน  ทุกสังกัดในเขตพื้นที่

อำเภอสว่างแดนดิน,  อำเภอพรรณานิคม,  อำเภอส่องดาว,  อำเภอวาริชภูมิ,  อำเภอพังโคน,  อำเภอ

นิคมน้ำอูน  และอำเภอกุดบาก  ให้มีกรรมการ จำนวน  5  คน  โดยแยกเป็น  4  หน่วยเลือกตั้ง  ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่  2  หน่วยเลือกตั้งที่  1      สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา  หรือ

                                                โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน   ให้มีกรรมการ  2  คน

เขตเลือกตั้งที่  2  หน่วยเลือกตั้งที่  2     สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

 ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา หรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภอพรรณานิคม   ให้มีกรรมการ  1  คน

เขตเลือกตั้งที่  2  หน่วยเลือกตั้งที่  3     สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

 ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษาหรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภอวาริชภูมิ และอำเภอส่องดาว   ให้มีกรรมการ  1  คน

เขตเลือกตั้งที่  2  หน่วยเลือกตั้งที่  4       สำหรับ สมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ

 ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา  หรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภอพังโคน อำเภอกุดบาก  และอำเภอนิคมน้ำอูน   ให้มี

กรรมการ  1  คน

                                                                เขตเลือกตั้งที่  3   สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,  ข้าราชการ บำนาญ   และ

ลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,   สถานศึกษา  หรือโรงเรียน  ทุกสังกัด ในเขตพื้นที่

อำเภอวานรนิวาส,  อำเภอคำตากล้า,  อำเภอเจริญศิลป์,  อำเภออากาศอำนวย   และอำเภอบ้านม่วง

ให้มีกรรมการจำนวน  4   คน  โดยแยกเป็น  2  หน่วยเลือกตั้ง  ดังนี้

                                                                                เขตเลือกตั้งที่  3  หน่วยเลือกตั้งที่  1     สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

                                                                ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา  หรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภอวานรนิวาส   และอำเภอคำตากล้า  ให้มีกรรมการ

 2  คน

                                                                                เขตเลือกตั้งที่  3 หน่วยเลือกตั้งที่  2      สำหรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการประจำ,

                                                                ข้าราชการบำนาญ  และลูกจ้างประจำ  ที่สังกัดหน่วยงาน,  สำนักงาน,  สถานศึกษา  หรือ

โรงเรียน  ทุกสังกัด  ในเขตพื้นที่อำเภออากาศอำนวยอำเภอเจริญศิลป์  และอำเภอบ้านม่วง

 ให้มีกรรมการ  2  คน

                                สมาชิกผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการและหรือกรรมการดำเนินการของสหกรณ์  ให้ยื่น

ใบสมัครตามแบบที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด  โดยชำระค่าสมัคร  ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการ  คนละ  2,000.-  บาท

(สองพันบาทถ้วน)  ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการคนละ  1,000.- บาท  (หนึ่งพันบาทถ้วน)    พร้อมเอกสารสำเนาทะเบียนบ้าน  และบัตรประจำตัวของตนเองและคู่สมรส  รูปถ่ายขนาด   3  r  5  นิ้ว  จำนวน  2  แผ่น (ถ่ายไว้ไม่เกิน  6  เดือน

ไม่สวมหมวก  ไม่สวม –แว่นตาดำ)  หรือเอกสารอื่นตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด

                                เงินค่าสมัครถือเป็นรายได้ของสหกรณ์  จะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ
                                 สมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการ  หรือกรรมการดำเนินการได้เพียง  1  ตำแหน่ง

แต่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการจะสมัครได้ตามเขตที่ตนสังกัดเท่านั้น

                                เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกกันเอง  เพื่อให้เป็นรองประธานกรรมการ เลขานุการและหรือผู้ช่วย

เลขานุการเสร็จแล้ว  ให้ประกาศให้สมาชิกทราบและปิดประกาศไว้    สำนักงานสหกรณ์ไม่น้อยกว่า  15  วัน

                                เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการและหรือกรรมการดำเนินการแล้วก็ตาม  หากภายหลังเมื่อพบว่าขาด

คุณสมบัติตาม  ข้อ  58  ไม่ว่าการขาดคุณสมบัตินั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งก็ตาม  ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งการเป็น

ประธานกรรมการและหรือกรรมการดำเนินการ  นับจากวันที่ตรวจพบหรือวันที่ได้รับแจ้ง    และให้สหกรณ์ประกาศให้สมาชิก

ทั่วไปทราบ

                ข้อ   58   ลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะเป็นกรรมการดำเนินการ    ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือ

ทำหน้าที่กรรมการดำเนินการ

                                (1)   เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต

                                (2)   เคยถูกไล่ออก  ปลดออก  หรือให้ออกจากราชการ  องค์การ   หรือหน่วยงานของรัฐ   หรือเอกชน

ฐานทุจริตต่อหน้าที่

                                (3)   เคยถูกให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการ    หรือมีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการ ตามมาตรา  22 (4)  แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์  .. 2542

                                (4)   เคยถูกที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งกรรมการเพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่

                สมาชิกซึ่งเคยผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้       ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยในระยะเวลาสองปีทางบัญชีถึงวันเลือกตั้ง

เว้นแต่การผิดนัดนั้นมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง   และหรือผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำในสหกรณ์นี้ไม่มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการของสหกรณ์

                ข้อ   59   วาระอยู่ในตำแหน่ง   ให้ประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปีนับแต่

วันเลือกตั้ง  ในวาระเริ่มแรกของการใช้ข้อบังคับนี้      เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันเลือกตั้ง    ให้คณะกรรมการดำเนินการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสองของคณะกรรมการดำเนินการทั้งหมด    โดยวิธีจับสลาก     และให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ   ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งประธานกรรมการ   และหรือกรรมการดำเนินการเข้าดำรงตำแหน่งแทนให้ครบตามจำนวนคณะกรรมการดำเนินการ  ในปีต่อไปให้ประธานกรรมการหรือกรรมการดำเนินการที่จับสลากไม่ได้ออกที่อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระหรืออยู่นานที่สุดออกจากตำแหน่งสลับกันไปทุก ๆ ปี

                ในกรณีที่กรรมการดำเนินการต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ  ให้คณะกรรมการดำเนินการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่อยู่ในตำแหน่งได้เช่นเดียวกับกรรมการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง  และให้นำความในวรรคหนึ่งมาบังคับใช้โดยอนุโลม

                เมื่อประธานกรรมการ    หรือกรรมการดำเนินการดำรงตำแหน่งครบวาระที่กำหนดแล้ว     หากยังไม่มีการเลือกตั้งประธานกรรมการ   หรือกรรมการดำเนินการแทน   ก็ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการดำเนินการชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานกรรมการ   หรือกรรมการดำเนินการชุดใหม่  แต่ต้องไม่เกิน 150  วัน  นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีสหกรณ์

ประธานกรรมการ  หรือกรรมการดำเนินการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

                ประธานกรรมการ    หรือกรรมการดำเนินการ    ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้ถือเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

                 ข้อ  60   คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์   เมื่อได้รับจดทะเบียนเป็นสหกรณ์แล้ว  ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์มีอำนาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกับคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการตามที่กล่าวในวรรคสอง

                ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์นัดสมาชิกมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่

จดทะเบียนสหกรณ์  เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ  และมอบหมายการทั้งปวงให้แก่คณะกรรมการดำเนินการในวันที่ได้รับเลือกตั้ง

                ข้อ   61   อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการ    ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์    เป็นผู้ดำเนินกิจการ  และเป็นผู้แทนสหกรณ์ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก   เพื่อการนี้คณะกรรมการดำเนินการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน หรือผู้จัดการทำการแทนก็ได้

                ในการดำเนินกิจการวรรคหนึ่ง  คณะกรรมการดำเนินการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่ง  มติของคณะกรรมการดำเนินการ   และมติของที่ประชุมใหญ่       เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของสมาชิก  และความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์  ซึ่งรวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)   ดำเนินการในเรื่องการรับสมาชิก  และออกจากสหกรณ์  ตลอดจนดูแลให้ปฏิบัติการต่าง ๆ  ตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  และมติของสหกรณ์

                                (2)   พิจารณาดำเนินการในเรื่องการรับฝาก  การกู้ยืมเงิน  การให้เงินกู้  และการฝากหรือการลงทุนของสหกรณ์

                                (3)   ดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมใหญ่  เสนองบดุลและรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์

 ต่อที่ประชุมใหญ่

                                (4)   เสนอการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีต่อที่ประชุมใหญ่

                                (5)   จัดทำและเสนอแผนงานในการดำเนินงานรวมทั้งงบประมาณประจำปีเพื่อที่ประชุมใหญ่สามัญอนุมัติ

                                (6)   พิจารณากำหนดค่าเบี้ยเลี้ยง    ค่าพาหนะ    ค่าเช่าที่พัก     และค่าเบี้ยประชุมของกรรมการดำเนินการ  คณะกรรมการอื่น  คณะทำงาน  ที่ปรึกษา  ผู้ตรวจสอบกิจการ  ผู้ตรวจสอบภายใน  ผู้สอบบัญชี และบุคคลอื่นที่ทำประโยชน์ให้แก่สหกรณ์

                                (7)   พิจารณาดำเนินการแต่งตั้ง หรือจ้าง และกำหนดค่าตอบแทนแก่ผู้จัดการ  ตลอดจนควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้จัดการให้เป็นการถูกต้อง

                                (8)   พิจารณาดำเนินการแต่งตั้ง  และกำหนดค่าตอบแทนผู้ตรวจสอบภายใน

                                (9)   กำหนดระเบียบต่าง ๆ ของสหกรณ์

                                (10)   จัดให้มีและดูแลให้เรียบร้อยซึ่งบรรดาทะเบียน   สมุดบัญชี      เอกสารหลักฐาน   ทรัพย์สิน    และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงานของสหกรณ์

                                (11)   พิจารณาให้สหกรณ์สมัครเข้าเป็นสมาชิกของชุมนุมสหกรณ์  และองค์การอื่น

                                (12)   พิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ  หรือคณะอนุกรรมการ   หรือคณะทำงานเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสหกรณ์

                                (13)   พิเคราะห์และปฏิบัติตามหนังสือของนายทะเบียนสหกรณ์  หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์  หรือผู้ตรวจการสหกรณ์  หรือผู้สอบบัญชี   หรือพนักงานเจ้าหน้าที่   ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย

(14)      พิจารณาให้ความเที่ยงธรรมแก่บรรดาสมาชิก  เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ตลอดจนสอดส่องดูแลโดยทั่ว

ไป  เพื่อให้กิจการของสหกรณ์ดำเนินไปด้วยดี

                      (15)    พิจารณารายงานของคณะกรรมการอื่น  ผู้ตรวจสอบกิจการ  ความเห็นของผู้จัดการ  หรือสมาชิกเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์

                                (16)   เชิญสมาชิก  หรือบุคคลภายนอกที่เห็นสมควร  เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการดำเนินการ  ตลอดจนกำหนดค่าตอบแทนให้ตามที่เห็นสมควร

                                (17)   ฟ้อง  ต่อสู้  หรือดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์  หรือประนีประนอมยอมความ หรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด

                                (18)   กระทำการอื่น  เกี่ยวกับทรัพย์สิน  ดังระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

                                (19)   พิจารณาแต่งตั้งกรรมการดำเนินการเป็นผู้แทนของสหกรณ์   เพื่อเข้าประชุมใหญ่และออกเสียงในการประชุมของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย  และหรือชุมนุมสหกรณ์หรือองค์การอื่นซึ่งสหกรณ์นี้เป็นสมาชิกหรือผู้ถือหุ้น  ทั้งนี้  ตามที่ข้อบังคับ  หรือระเบียบของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย   และหรือชุมนุมสหกรณ์หรือองค์การนั้นกำหนดไว้

                                (20)   พิจารณามอบหมายอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานให้แก่ประธานกรรมการ  รองประธานกรรมการ  เลขานุการ    หรือผู้จัดการ  หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ตามความเหมาะสม

                ข้อ   62   อำนาจหน้าที่ของกรรมการดำเนินการเฉพาะตำแหน่ง

                                (1)  ประธานกรรมการ  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                                                ()  เป็นประธานในที่ประชุมใหญ่  และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการและ

                                                       ควบคุมการประชุมดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

                                                ()  ควบคุม  กำกับ  ดูแลการดำเนินงานทั่วไปของสหกรณ์ให้เป็นไปด้วยความ

                                                       เรียบร้อยและอยู่ในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

                                                ()  ลงลายมือชื่อในเอกสารต่าง ๆ  ในนามสหกรณ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

                                                ()  ดำเนินการอื่น  ตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย

                                (2)  รองประธานกรรมการ  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                                                ()  ปฏิบัติการในอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการ  แทนประธานกรรมการ

                                                       เมื่อประธานกรรมการไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  หรือเมื่อ

                                                       ตำแหน่งประธานกรรมการว่างลง

                                                ()  ปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการ

                                                ()  ดำเนินการอื่น  ตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย

                                (3)  เลขานุการ  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                                                ()  แจ้งนัดประชุมใหญ่  หรือนัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการหรือการประชุม

                                                        อื่น ๆ  แล้วแต่กรณี

                                                ()  จัดทำรายงานการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ

                                                ()  ดูแลรักษาเอกสาร  และรายงานการประชุมของสหกรณ์ให้เรียบร้อย

(ช)     ดำเนินการอื่น  ตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย

                 ข้อ   63   การประชุมและองค์ประชุม   ให้คณะกรรมการดำเนินการประชุมกันตามคราวที่มีกิจธุระแต่จะต้องมีการประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

                ให้ประธานกรรมการ  หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย  นัดเรียกประชุมคณะกรรมการได้     ในกรณีที่เป็นการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ  ระเบียบ  และเรื่องที่สำคัญอื่น ๆ  ของสหกรณ์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบด้วยทุกคราว

                ในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ    ต้องมีกรรมการดำเนินการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการดำเนินการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

                ข้อ   64   ความรับผิดของคณะกรรมการดำเนินการ   ถ้ากรรมการดำเนินการสหกรณ์กระทำการ   หรืองดเว้นการกระทำการ     หรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อ    ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนจนทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก   หรือสหกรณ์มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงิน    การบัญชี    หรือกิจการ  หรือฐานะการเงินตามรายงานการสอบบัญชี   หรือรายงานการตรวจสอบ     เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายคณะกรรมการดำเนินการต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สหกรณ์

                ข้อ   65   การพ้นจากตำแหน่ง    กรรมการดำเนินการพ้นจากตำแหน่ง     เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

                                (1)  ลาออก  โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือ

                                (2)  ออกตามวาระ

                                (3)  ขาดจากสมาชิกภาพ

                                (4)  เข้ารับตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำในสหกรณ์นี้

                                (5)  จงใจเป็นผู้ผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย

                                (6)  ที่ประชุมใหญ่ลงมติถอดถอนทั้งคณะ  หรือบางคน

                                (7)  นายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้ออกทั้งคณะ  หรือบางคน

                ข้อ   66   ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ   ถ้าตำแหน่งกรรมการดำเนินการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ  เว้นแต่การว่างลงเพราะเหตุที่ถูกนายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้ออก ให้กรรมการดำเนินการที่เหลืออยู่ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะมีการประชุมใหญ่คราวถัดไป    แต่ถ้าจำนวนกรรมการดำเนินการลดลงจนเหลือน้อยกว่าองค์ประชุม   ให้กรรมการที่เหลือ

จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นโดยเร็ว

                ในกรณีที่ตำแหน่งประธานกรรมการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ  ให้กรรมการดำเนินการที่เหลือจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งประธานกรรมการโดยเร็ว  เว้นแต่ในกรณีที่วาระการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการเหลืออยู่นับถึงวันสิ้นปีทางบัญชีไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  และมีรองประธานกรรมการ  กับกรรมการอื่นปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์อาจให้มีการเลือกตั้งประธานกรรมการดำเนินการในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีคราวถัดไปก็ได้

                กรรมการดำเนินการ  ซึ่งได้รับเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง  ให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาตามวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน

 

     หมวด  8

คณะกรรมการอื่น

                ข้อ   67   คณะกรรมการอำนวยการ    ให้คณะกรรมการดำเนินการตั้งกรรมการดำเนินการของสหกรณ์จำนวนไม่เกินห้าคน

เป็นกรรมการอำนวยการ   โดยให้มีตำแหน่งประธานกรรมการหนึ่งคน   และเลขานุการหนึ่งคน  นอกนั้นเป็นกรรมการ

                ให้คณะกรรมการอำนวยการ      อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับกำหนดเวลาของคณะกรรมการดำเนินการชุดซึ่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการนั้น

                ให้คณะกรรมการอำนวยการประชุมกันตามคราวที่มีกิจธุระ  และให้ประธานกรรมการอำนวยการ  หรือผู้ที่ประธานกรรมการอำนวยการมอบหมายนัดเรียกประชุมได้

ให้การประชุมคณะกรรมการอำนวยการ    ต้องมีกรรมการอำนวยการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการอำนวยการทั้งหมด  จึงจะเป็นองค์ประชุม

                ข้อวินิจฉัยทั้งปวงของคณะกรรมการอำนวยการ   ให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาในการประชุมคราวถัดไป

                ข้อ   68   อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ  ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ดำเนินกิจการแทนคณะกรรมการดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย  และตามกฎหมาย  ขังบังคับ  ระเบียบ  มติ  และคำสั่งของสหกรณ์  ซึ่งรวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)  ควบคุมในเรื่องการรับเงิน  การจ่ายเงิน  การสะสมเงิน  การฝากเงิน  หรือการเก็บรักษาเงิน

                                (2)  ควบคุมการจัดทำบัญชี  และทะเบียนต่าง ๆ  ของสหกรณ์

                                (3)  ควบคุม  กำกับ  ดูแลเก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตลอดจนทรัพย์สินของสหกรณ์ให้อยู่ในสภาพอันดีปลอดภัย  และพร้อมที่จะนำมาให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ทันที

                                (4)  ควบคุม กำกับ ดูแลการจัดทำงบการเงิน  และรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์  เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณา  เสนอต่อที่ประชุมใหญ่

                                (5)  เสนอแนะคณะกรรมการดำเนินการในการปรับปรุง หรือแก้ไขการบริหารงานของสหกรณ์

                                (6)  เสนอการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์       ต่อคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเสนอที่ ประชุมใหญ่อนุมัติ

                                (7)  จัดทำแผนงานและงบประมาณประจำปีของสหกรณ์      เสนอต่อคณะกรรมการดำเนินการพิจารณา และเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติ

                                (8)  ดำเนินการอื่นของสหกรณ์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย

                ข้อ   69   คณะกรรมการเงินกู้  คณะกรรมการดำเนินการอาจตั้งกรรมการดำเนินการของสหกรณ์จำนวนไม่เกินห้าคน  เป็น

คณะกรรมการเงินกู้  โดยให้มีตำแหน่งประธานกรรมการหนึ่งคน  และเลขานุการหนึ่งคน  นอกนั้นเป็นกรรมการ

                ให้คณะกรรมการเงินกู้   อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับกำหนดเวลาของคณะกรรมการดำเนินการชุดซึ่งตั้งคณะกรรมการ

เงินกู้นั้น

                ให้คณะกรรมการเงินกู้ประชุมกันตามคราวที่มีกิจธุระ     แต่จะต้องมีการประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย     และให้ประธานกรรมการเงินกู้      หรือผู้ที่รับมอบหมายจากประธานกรรมการเงินกู้นัดเรียกประชุมได้

                ข้อวินิจฉัยทั้งปวงของคณะกรรมการเงินกู้ ให้นำเสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาในการประชุมคราวถัดไป    

                 ข้อ   70   อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเงินกู้ ให้คณะกรรมการเงินกู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการอนุมัติ เงินกู้แก่สมาชิกตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  มติ  และคำสั่งของสหกรณ์รวมทั้งข้อต่อไปนี้

                                (1)  ตรวจสอบการใช้เงินกู้ของสมาชิกให้เป็นไปตามความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

                                (2)  ตรวจสอบควบคุมให้เงินกู้มีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์  และเมื่อเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่องก็ต้องกำหนดให้ผู้กู้  จัดการแก้ไขให้คืนดี

                                (3)  ดูแล และติดตามการชำระหนี้ของสมาชิกผู้กู้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญา

                                (4)  สอบสวนเบื้องต้นให้ได้ข้อความจริง  ในกรณีสมาชิกผู้กู้ขอผ่อน  เวลาการส่งเงินงวดชำระ หนี้เงินกู้  หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้  เพื่อเสนอความเห็นให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาผ่อนผัน  หรือเรียกคืนเงินกู้  หรือเสนอให้สมาชิกออกจากสหกรณ์

                ข้อ   71   คณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์   คณะกรรมการดำเนินการอาจตั้งกรรมการดำเนินการ จำนวนไม่เกินห้าคนเป็นคณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์      โดยให้มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการหนึ่งคน  และเลขานุการหนึ่งคน  นอกนั้นเป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์    อยู่ในตำแหน่งได้เท่าที่กำหนดเวลาของคณะกรรมการดำเนินการชุดซึ่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์นั้น

                ให้คณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์    ประชุมกันตามคราวที่มีกิจธุระ   แต่จะต้องมีการประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย  และให้ประธานกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์   หรือผู้ที่รับมอบหมายจากประธานกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์นัดเรียกประชุมได้

                ในการประชุมคณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์     ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์ทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

                ให้คณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์    รายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการดำเนินการทราบในการประชุมคราวถัดไป

                ข้อ   72   อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์  ให้คณะกรรมการศึกษาและประชาสัมพันธ์ 

มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  มติ   และคำสั่งของสหกรณ์  รวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)  ให้การศึกษาอบรมสมาชิก  และผู้ที่สนใจให้ทราบถึงอุดมการณ์  หลักและวิธีการ  และการบริหารงานของสหกรณ์

                                (2)  ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก  และบุคคลภายนอกได้ทราบถึงผลงานของสหกรณ์ที่ได้ดำเนินงานมาแล้ว

                                (3)  ดำเนินการในการหาผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก

                                (4)  ให้การศึกษาอบรมแก่สมาชิก    ถึงวิธีการออมทรัพย์    และการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบการประกอบอาชีพ  ตลอดจนวิชาการต่าง ๆ  อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง  และบุคคลในครอบครัว

                                (5)  ศึกษา   และติดตามข่าวความเคลื่อนไหวด้านการดำเนินงานของสหกรณ์อื่น  ทั้งในและนอกประเทศ   เพื่อนำตัวอย่างที่ดีมาเสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาให้บริการแก่สมาชิกตามความเหมาะสม

หมวด  9

ผู้ตรวจสอบกิจการ

                ข้อ   73   ผู้ตรวจสอบกิจการ  ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกหรือบุคคลภายนอกผู้มีคุณวุฒิ    ความรู้ควาสามารถ ในด้านธุรกิจ  การเงิน  การบัญชี  การเศรษฐกิจ  กฎหมาย  หรือการสหกรณ์หนึ่งคนหรือหลายคนให้เป็นผู้ตรวจสอบกิจการของ

สหกรณ์เป็นการประจำปี

                จำนวนผู้ตรวจสอบกิจการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

                ที่ประชุมใหญ่จะเลือกตั้งกรรมการดำเนินการหรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งหน้าที่ประจำในสหกรณ์เป็นผู้ตรวจสอบกิจการไม่ได้

                ข้อ   74   การดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบกิจการ     ผู้ตรวจสอบกิจการมีวาระอยู่ในตำแหน่งได้คราวละหนึ่งปีทางบัญชีของสหกรณ์  เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วหากยังไม่มีการเลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการคนใหม่  ก็ให้ผู้ตรวจสอบกิจการคนเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน  ผู้ตรวจสอบกิจการซึ่งออกไปนั้น  อาจได้รับเลือกตั้งอีกได้

                ข้อ   75   อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจสอบกิจการ   ผู้ตรวจสอบกิจการมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานทั้งปวงของสหกรณ์  ซึ่งรวมทั้งในข้อต่อไปนี้  คือ

                                (1)  ตรวจสอบเอกสาร  หลักฐาน   บัญชี   ทะเบียน  และการเงิน   ตลอดจนทรัพย์สินหนี้สินทั้งปวงของ

สหกรณ์  เพื่อทราบฐานะและข้อเท็จจริงของสหกรณ์ที่เป็นอยู่จริง

                                (2)  ตรวจสอบหลักฐานและความถูกต้องของการดำเนินธุรกิจแต่ละประเภทของสหกรณ์   เพื่อประเมินผลและอาจให้ข้อแนะนำแก่คณะกรรมการดำเนินการ  ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของสหกรณ์  ทั้งทางวิชาการและทางปฏิบัติในกิจการนั้น ๆ

                                (3)  ตรวจสอบการจัดจ้างและแต่งตั้งผู้จัดการ    เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์     ตลอดจนหนังสือ สัญญาจ้าง  และหลักประกัน

                                (4)  ตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนงานและการใช้จ่ายเงินตามงบประมาณของสหกรณ์  และข้อสังเกต 

ข้อเสนอแนะ  ที่เป็นประโยชน์และสามารถปฏิบัติได้จากที่ประชุมใหญ่

                                (5)  ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการดำเนินการ    เพื่อพิจารณาหาทาง    ปรับปรุงแผนงาน 

ข้อบังคับและระเบียบ  ตลอดจนมติต่าง ๆ ของคณะกรรมการดำเนินการ

(1)      ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฏหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  มติ  และคำสั่งของสหกรณ์  หรือกิจการอื่น ๆ

 ตามที่เห็นสมควร  หรือที่เห็นว่าจะก่อให้เกิดผลดีแก่การดำเนินกิจการของสหกรณ์           ให้ผู้ตรวจสอบกิจการแจ้งผลการตรวจ

สอบประจำเดือนต่อคณะกรรมการดำเนินการในการประชุมประจำ เดือนคราวถัดไป  แล้วเสนอผลการตรวจสอบประจำปีต่อที่

ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ด้วย

หมวด  10

การประชุมและรายงานการประชุม

                ข้อ   76   ประธานในที่ประชุม   ในการประชุมใหญ่   หรือการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ   หรือการประชุมอื่นใด   ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม   ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม   ถ้ารองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม  ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการดำเนินการคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

                 ในการประชุมคณะกรรมการอื่น   หรือคณะอนุกรรมการ   หรือคณะทำงาน   ให้นำความในวรรคหนึ่งมาบังใช้โดยอนุโลม

                ข้อ   77   การออกเสียง   สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิก    กรรมการดำเนินการ   คณะอนุกรรมการ   หรือคณะทำงาน  กรรมการอื่น   ออกเสียงในที่ประชุมใหญ่   หรือที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ  หรือที่ประชุมคณะกรรมการอื่น  หรือคณะอนุกรรมการ  หรือคณะทำงาน  แล้วแต่กรณีได้คนละหนึ่งเสียง  และจะมอบให้ผู้อื่นมาประชุมแทนตนไม่ได้

                ผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษเฉพาะตัวในการประชุมวินิจฉัยเรื่องใด      ผู้นั้นจะออกเสียงในเรื่องนั้นไม่ได้  และที่ประชุมอาจเชิญผู้นั้นออกจากที่ประชุมจนกว่าจะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จก็ได้

                ข้อ   78   การวินิจฉัยปัญหา  เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้    การวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ    ในที่ประชุมใหญ่    หรือที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ   หรือที่ประชุมคณะกรรมการอื่น    หรือคณะอนุ กรรมการ  หรือคณะทำงาน  ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก   ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด  เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกมาประชุม

                                (1)  การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

                                (2)  การควบสหกรณ์

                                (3)  การแยกสหกรณ์

                                (4)  การเลิกสหกรณ์

                ข้อ   79   รายงานการประชุม   ในการประชุมใหญ่    หรือการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ   หรือการประชุมคณะกรรมการอื่น   หรือคณะอนุกรรมการ   หรือคณะทำงานนั้น    ต้องจัดให้ผู้เข้าประชุมลงลายมือชื่อพร้อมทั้งบันทึกเรื่องที่พิจารณาวินิจฉัยทั้งสิ้นไว้ในรายงานการประชุม   และให้ประธานในที่ประชุมกับเลขานุการ  หรือกรรมการดำเนินการ  หรือคณะอนุกรรมการ  หรือคณะทำงาน  แล้วแต่กรณีคนหนึ่งที่เข้าประชุมนั้นลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

 

    หมวด  11

ผู้จัดการของสหกรณ์

ข้อ  80  การจ้าง  การแต่งตั้ง  การดำรงตำแหน่ง  และการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการ  คณะกรรมการดำเนินการ

อาจพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต  มีความรู้ความสามารถ  และความเหมาะสม  เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ   ในการ

จ้างผู้จัดการสหกรณ์ต้องทำหนังสือสัญญาจ้างไว้เป็นหลักฐานและคณะกรรมการดำเนินการต้องเรียกให้มีหลักประกันอันสมควร

                ในการแต่งตั้งหรือจ้างผู้จัดการ    ต้องให้ผู้จัดการรับทราบและรับรองที่จะปฎิบัติหน้าที่ดังกำหนดไว้ในข้อ  81  เป็น

ลายลักษณ์อักษร

                ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจกำหนดระเบียบของสหกรณ์เกี่ยวกับการคัดเลือก  สอบคัดเลือก  การจ้าง  การกำหนด

เงินเดือน  การให้สวัสดิการของผู้จัดการสหกรณ์

                ให้นำความตามข้อบังคับข้อ  58   มาใช้บังคับกับบุคคลที่เป็นหรือทำหน้าที่ผู้จัดการโดยอนุโลม

                การดำรงตำแหน่งผู้จัดการ  ให้สหกรณ์จ้างผู้จัดการสหกรณ์โดยมีกำหนดระยะเวลาคราวละ  4  ปี  ไม่เกิน  2  วาระ

                 การพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการ  ผู้จัดการของสหกรณ์ตจ้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

(1)     ตาย

(2)     ลาออกโดยแสดงความจำนงทำเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการ

(3)     ขาดคุณสมบัติตามระเบียบของสหกรณ์  หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายสหกรณ์กำหนด

(4)     อายุครบ  60  ปีบริบูรณ์  หรือครบกำหนดตามสัญญาจ้าง  เว้นแต่คณะกรรมการดำเนินการ  พิจารณาเห็น

ว่าผู้นั้นมีสุขภาพสมบูรณ์เพียงพอที่จะปฎิบัติงานโดยมีสมรรถภาพ  จะพิจารณาจ้างเป็นคราว ๆ คราวละ

1  ปี  จนอายุครบ  65  ปีบริบูรณ์

(5)     ถูกเลิกจ้าง

(6)     ถูกลงโทษให้ออก  หรือปลดออก  หรือไล่ออก  หรือมีพฤติกรรมอันแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่าได้

กระทำการ  หรือละเว้นการกระทำการใด ๆ  อันอาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี

แก่ประชาชน  หรือไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์

(7)     ที่ประชุมใหญ่ถอดถอนตามข้อ  56 (14)

การลาออก  ให้ผู้จัดการสหกรณ์ยื่นหนังสือถึงสหกรณ์ก่อนวันที่จะออกไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  และให้เลขานุการคณะ

กรรมการดำเนินการสหกรณ์  นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์พิจารณาการลาออกนั้น  การยับยั้งการลาออก

ของผู้จัดการสหกรณ์กระทำได้ไม่เกินหกสิบวัน

                ข้อ   81   อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการ  ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่จัดการทั่วไป และรับผิดชอบเกี่ยวกับบรรดากิจการประจำของสหกรณ์  รวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)   ตรวจสอบการสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้เป็นการถูกต้อง  ตลอดจนเป็นธุระจัดให้ผู้เข้าเป็นสมาชิกลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก  และชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้ากับเงินค่าหุ้นตามข้อบังคับของสหกรณ์

                                (2)   ควบคุมให้มีการเก็บเงินค่าหุ้นรายเดือน   แจ้งยอดจำนวนหุ้น    จ่ายคืนค่าหุ้น  และส่งเสริมการถือหุ้นในสหกรณ์

                                (3)   รับฝากเงิน  จ่ายคืนเงินฝาก  และส่งเสริมการฝากเงินในสหกรณ์

                                (4)   เป็นธุระในการตรวจสอบคำขอกู้  จ่ายเงินกู้  จัดทำเอกสารเกี่ยวกับเงินกู้และดำเนินการอื่น เกี่ยวกับเรื่องการให้เงินกู้ให้เป็นไปตามแบบและระเบียบของสหกรณ์ที่กำหนดไว้

                                (5)   จัดทำรายละเอียดเงินค่าหุ้น  และเงินให้กู้แก่สมาชิกคงเหลือเป็นรายบุคคล  พร้อมกับแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นรายบุคคลเฉพาะของสมาชิกนั้น

                                (6)  เสนอแนะจัดจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในระเบียบรวมถึงกำหนดหน้าที่และวิธีปฏิบัติงานของบรรดาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์  ตลอดจนเป็นผู้บังคับบัญชา  และรับผิดชอบดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างเหล่านั้นให้เป็นไปโดยถูกต้องเรียบร้อย

                                (7)  เป็นธุระกวดขันในเรื่องการออกใบรับเงิน    เรียกใบรับเงิน    หรือมีใบสำคัญจ่ายเงินโดยครบถ้วน  รับผิดชอบในการรับจ่ายเงินทั้งปวงของสหกรณ์ให้เป็นการถูกต้อง  รวบรวมใบสำคัญและเอกสารต่าง ๆ  เกี่ยวกับการเงินไว้โดยครบถ้วน และเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

                                 (8)   รับผิดชอบและดูแลในการจัดทำบัญชีและทะเบียนต่าง ๆ  ของสหกรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

                                (9)   ติดต่อประสานงานกับเลขานุการในการนัดเรียกประชุมใหญ่  ประชุมคณะกรรมการดำเนินการและประชุมคณะกรรมการอื่น  คณะอนุกรรมการ  คณะทำงาน

(10)   รับผิดชอบจัดทำงบการเงิน     และรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเสนอต่อที่ประชุมใหญ่

                                (11)  เข้าร่วมประชุมชี้แจงในการประชุมใหญ่     ประชุมคณะกรรมการดำเนินการและประชุมคณะกรรมการอื่น  คณะอนุกรรมการ  คณะทำงาน  เว้นแต่ในกรณีซึ่งที่ประชุมนั้น  มิให้เข้าร่วมประชุม

                                (12)  ปฏิบัติการเกี่ยวกับงานสารบรรณของสหกรณ์

                                (13)  รักษาดวงตราของสหกรณ์  และรับผิดชอบตรวจตราทรัพย์สินต่าง ๆ ของสหกรณ์ให้อยู่ในสภาพอันดีและปลอดภัย

(14)   เสนอรายงานกิจการประจำเดือนต่อคณะกรรมการดำเนินการ

                                (15)  เสนอรายการ หรือรายงานของสหกรณ์ต่อทางราชการตามแบบและระยะเวลา ที่ทางราชการกำหนด

                                (16)  ปฏิบัติงานอื่น ๆ  ตามที่ได้รับมอบหมาย

                ข้อ   82   การแต่งตั้งผู้รักษาการแทนผู้จัดการ     ถ้าตำแหน่งผู้จัดการว่างลง    และยังไม่ได้แต่งตั้งให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทน  หรือเมื่อผู้จัดการไม่อยู่  หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราวให้รองผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการ  หรือเจ้าหน้าที่อื่นของสหกรณ์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดไว้เป็นผู้รักษาการแทน

                ข้อ  83   การเปลี่ยนผู้จัดการ   ในกรณีที่มีการเปลี่ยนผู้จัดการ    ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการต้องจัดให้มีการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีและการเงิน     กับบรรดาทรัพย์สินและหนี้สินของสหกรณ์ ตลอดจนจัดทำงบการเงินของสหกรณ์เพื่อทราบฐานะอันแท้จริงก่อนที่จะส่งมอบงาน

                ข้อ   84   เจ้าหน้าที่อื่น   นอกจากตำแหน่งผู้จัดการแล้ว  สหกรณ์อาจจัดจ้างและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อื่นตามความจำเป็นเพื่อปฏิบัติงานในสหกรณ์  ทั้งนี้  ตามระเบียบว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

 

หมวด  12

บทเบ็ดเสร็จ

                ข้อ   85   ระเบียบของสหกรณ์   ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจกำหนดระเบียบต่าง ๆ  เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์  เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของสหกรณ์  รวมทั้งในข้อต่อไปนี้

                                (1)   ระเบียบว่าด้วยการสรรหาคณะกรรมการดำเนินการ

                                (2)   ระเบียบว่าด้วยการรับเงินฝากจากสมาชิก

                                (3)   ระเบียบว่าด้วยการให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน

                                (4)   ระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้

                                (5)   ระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน

                                (6)   ระเบียบว่าด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง

(8)     ระเบียบว่าด้วยการใช้ทุนสาธารณประโยชน์

                 ระเบียบตาม  (1)   ต้องได้รับความเห็นชอบจากจากที่ประชุมใหญ่   ระเบียบตาม (2) (3)   และระเบียบว่าด้วยการ

รับเงินฝากจากสมาชิก  ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ก่อนจะใช้บังคับได้  ส่วนระเบียบอื่น  เมื่อคณะกรรม การดำเนินการกำหนดใช้แล้ว  ให้ส่งสำเนาให้นายทะเบียนสหกรณ์    กรมส่งเสริมสหกรณ์   และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทราบ

                ข้อ   86   การดำเนินคดีเกี่ยวกับความเสียหาย  ในกรณีที่ทรัพย์สินของสหกรณ์เสียหายด้วยประการใด ๆ  หรือในกรณี ที่สหกรณ์เรียกคืนเงินกู้ตามข้อ  70 (4)  แต่มิได้รับชำระตามที่เรียก  คณะกรรมการดำเนินการต้องร้องทุกข์  หรือฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความ

                ข้อ   87   การตีความในข้อบังคับ   ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความในข้อบังคับ    ให้สหกรณ์ขอคำวินิจฉัยจากนายทะเบียนสหกรณ์  และให้สหกรณ์ถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น

                ข้อ   88   การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ  หรือข้อบังคับ  หรือเปลี่ยนใช้ข้อบังคับ  สหกรณ์อาจแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ  หรือข้อบังคับ  หรือเปลี่ยนใช้ข้อบังคับ  ได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนสมาชิกที่มาประชุม    และให้สหกรณ์เสนอขอจดทะเบียนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนใช้ข้อบังคับนั้นต่อนายทะเบียนสหกรณ์    ภายใน

สามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ    เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนใช้ข้อบังคับแล้วจึงมีผลใช้บังคับได้

                การเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ  หรือข้อบังคับ  หรือเปลี่ยนใช้ข้อบังคับ  จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้แจ้งข้อความที่เสนอให้พิจารณานั้นโดยเต็มสำนวนไปให้สมาชิกทราบล่วงหน้า  พร้อมกับหนังสือแจ้งนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

                ข้อ   89   การจำหน่ายทรัพย์สินเมื่อสหกรณ์ต้องเลิก   เมื่อสหกรณ์ต้องเลิก   และได้จัดการาชำระบัญชีโดยจำหน่ายทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์    ตลอดทั้งจ่ายคืนเงินรับฝากพร้อมด้วยดอกเบี้ย   และชำระหนี้สินอื่น ๆ  ของสหกรณ์เสร็จสิ้นแล้ว   ปรากฎว่าสหกรณ์มีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด  ให้ผู้ชำระบัญชีจ่ายตามลำดับ  ดังต่อไปนี้

                                (1)   จ่ายคืนเงินค่าหุ้นให้แก่สมาชิกไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว

                                (2)   จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้ว  แต่ต้องไม่เกินอัตราที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติสำหรับสหกรณ์แต่ละประเภท

                                (3)   จ่ายเป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกได้ทำไว้กับสหกรณ์ในระหว่างปีตามที่กำหนดในข้อบังคับ

                เงินที่จ่ายตาม (2) และ (3)  เมื่อรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกินยอดรวมแห่งจำนวนเงินกำไรสุทธิที่สหกรณ์หาได้ในระหว่างปีที่เลิกสหกรณ์กับทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลที่ถอนไปตามข้อ  24 (4)  ในปีนั้น

                ถ้ายังมีทรัพย์เหลืออยู่อีกให้โอนให้แก่สหกรณ์อื่น  หรือสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามมติของที่ประชุมใหญ่    หรือด้วยความเห็นชอบของนายทะเบียนสหกรณ์    ในกรณีที่ไม่อาจเรียกประชุมใหญ่ได้ภายใน สามเดือนนับแต่วันที่ชำระบัญชีเสร็จ

                ข้อ   90   ในกรณีที่ข้อบังคับนี้มิได้กำหนดข้อความเรื่องใดไว้  ให้สหกรณ์นำบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์  ตลอดจนคำสั่งและระเบียบปฏิบัติของนายทะเบียนสหกรณ์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งแห่งข้อบังคับนี้ด้วย



 
 

 อัตราดอกเบี้ย

ฝากออมทรัพย์  6
ฝากประจำ 3 ด.  6
ฝากประจำ 6 ด.  6.25
ฝากประจำ 12ด.   6.50
เงินกู้  7.50

 

หมายเลขบัญชีธนาคาร

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด

ธนาคารกรุงไทย สาขาสกลนคร

412-1-00030-7

 

 


 

 

 


จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซด์

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด 1818/6 ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โทรศัพท์ 0-4271-4100, 0-4271-1556